ท่านอาจารย์ผู้เมตตาที่สุด ผมอายุเจ็ดขวบ ในช่วงบ่าย ของวันที่ 7 กันยายน 2024 ขณะทำสมาธิ ผมมีนิมิตภายในดังนี้: ผมอยู่บนสวรรค์ และท่านอาจารย์เรียกให้ผมลงไป ข้างล่างยังนรกเพื่อช่วยเหลือผู้คน ท่านอาจารย์ใช้ไม้กางเขน วาดวงกลม จากนั้นก็มีบันไดดอกบัวปรากฏ ให้ผมลงไปข้างล่าง และเข้าไปในนรก ที่เรียกว่า “นรกฝนแมลง” (คือมีผึ้ง ยุง แมลงวัน และปลวกอยู่ แมลงพวกนี้ กัดกินเนื้อคนในคุก ดื่มเลือดคน และแม้แต่กินกระดูกคนด้วย) จากนั้น ผมก็ไปยังคุกอีกแห่งหนึ่ง ที่เรียกว่า "นรกฝนกรงเล็บแหลมคม" ซึ่งมีกรงเล็บแหลมคม ของสัตว์มากมายเหมือนฝน พวกเขาเจาะรูบนร่างกายของผู้คน ทำให้พวกเขามี เลือดออก ทรมาน และตาย ต่อไป ผมไปที่ “นรกฝนงาช้างและเขาควาย” เขาอันแหลมคม ร่วงลงมาจากท้องฟ้าอย่างต่อเนื่อง ทิ่มแทงร่างกายของผู้คน พวกเขาได้กรีดร้องด้วย ความทุกข์ทรมาน และการลงโทษ ดังกล่าวก็เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า ผมก้าวไปสู่ "นรกฝนงูเหล็ก" งูเหล็กได้เจาะเข้าไปใน ร่างกายของผู้คน จากนั้น คลานออกมาทางปลายนิ้ว เข้าไปในจมูกและหูของพวกเขา ทำให้เกิดความเจ็บปวด อย่างไม่สามารถบรรยายได้ จากนั้น ผมก็ไปที่ “นรกฝนดาบและดาบ” บนโลกนี้ ผู้ที่กระทำความชั่ว เช่น การฆ่าชาวสัตว์ และทอดหรือย่างพวกเขา ก็จะถูกลงโทษ ในนรกเหมือนกัน และยังมีนรกอื่น ๆ อีกมากมาย ฯลฯ ขณะนั้น ผมได้หยิบถุงดอกบัวออกมา ที่ท่านอาจารย์มอบให้ผม ก่อนที่ผมจะลงไปสู่ขุมนรก ผมรวบรวมผู้คนในนรกทั้งหมด ไว้ในกระเป๋า ‒ คนมากมาย จนกระเป๋าใบนี้ใหญ่โตมาก จากนั้น ผมก็บินขึ้นไปส่งให้ท่านอาจารย์ ผมเห็นคนเหล่านั้น [ที่ออกมาจากถุงแล้ว] คุกเข่าลงต่อหน้าท่านอาจารย์ สำนึกผิด และสัญญาว่า จะไม่กินเนื้อชาวสัตว์อีกต่อไป พวกเขาให้คำมั่น ที่จะเปลี่ยนตนเองเป็นวีแกน ปฏิบัติธรรม และทำความดี จากนั้น ท่านอาจารย์แสดง ปาฏิหาริย์ โดยสร้างร่างกายใหม่ มากมายให้ดวงวิญญาณของพวกเขา เข้าไป แล้วส่งพวกเขากลับมายังโลก เพื่อฝึกฝนทางจิตวิญญาณ ผมขอวิงวอนทุกคน ให้รีบรับเอา การทานอาหารวีแกน และปฏิบัติธรรมอย่างเร่งด่วน ผมได้ลงไปยังนรก มาหลายครั้งแล้ว ‒ มีนรกอยู่มากมายนับไม่ถ้วน ไม่ใช่แค่คุณเท่านั้นที่อยู่ในนรก ครอบครัวและคนที่คุณรัก ก็อยู่ที่นั่นเช่นกัน ได้โปรด ผมขอร้องคุณ หยุดกินเพื่อนสัตว์ของเราเถิด พวกเขาก็เป็นบุคคล ไม่ใช่อาหาร ลูกศิษย์ ฮิ๋วเหงีย จากเอาหลัก (เวียดนาม) ฯลฯ...
แม้ในชาตินี้ ผู้คนยังคงมีชีวิตอยู่ แต่พวกเขา กลับจำเรื่องราวของพระเจ้า พระพุทธเจ้า พระเยซู นักบุญ และปราชญ์ต่าง ๆ ได้ไม่มากนัก ชีวิตนี้ ฉันไม่ชอบโลกนี้อีกต่อไปแล้ว เพราะสำหรับทุกสิ่งทุกอย่าง คุณต้องจ่ายด้วยความทุกข์ทรมาน แล้วคุณล่ะ คุณเคยเห็นนรกไหม มิสดี? คุณคือมิส หรือ มิสซิส? มิส ใช่ สาวและสวย อะไรนะ? ใช่ ฉันอยากจะอ่อนเยาว์ และสวยเหมือนคุณ แต่ฉันก็ไม่ได้ใส่ใจอะไรมากนัก ฉันไม่ค่อยใส่ใจรูปลักษณ์ตัวเอง จริง ๆ แล้วฉันไม่ได้ดูแลตัวเองดีนัก แค่พอให้ร่างกายได้รับ การดูแลขั้นพื้นฐานเท่านั้น คุณเคยไปนรกไหม? ไม่ ขอบคุณพระเจ้า แต่คุณรู้ไหมว่านรก หน้าตาเป็นอย่างไร? รู้เหรอ? คุณรู้ได้อย่างไร? อ๋อ เพราะคุณมองเห็น จากภายในได้นั่นเอง ว้าว คุณช่างมีความเข้าใจลึกซึ้ง คุณต้องฝึกฝนทางจิตวิญญาณ มามากแล้ว ทั้งในชาติที่แล้ว หรือชาตินี้ด้วยใช่ไหม? โอ ใช่หรือ? ดีสำหรับคุณ นรกมีลักษณะอย่างไร? คุณช่วยบอกได้ไหมว่าคุณ มองเห็นมันอย่างไร? น่ากลัว? แน่นอน! ฉันบอกคุณแล้ว นั่นคือเหตุผลที่ฉันทำงานหนัก อย่างที่คุณบอก ฉันแก่เกินไปแล้ว แต่เรื่องอายุหรือ ความหนุ่มสาวสำคัญอะไร ตราบใดที่คุณยังทำงานได้ นั่นคือสิ่งที่สำคัญ ใช่ไหม? มิสดี คุณเป็น สิ่งมีชีวิตที่น่าสนใจมาก ฉันดีใจมากที่ได้รู้จักคุณ คุณทำให้ฉันตกใจมากวันนี้ เพราะฉันไม่รู้มาก่อนว่า หิ่งห้อยสามารถพูดได้อย่างชัดเจน ชาญฉลาด และพูดภาษาอังกฤษ ได้อย่างสมบูรณ์แบบขนาดนี้ Photo Caption: “รุ่งโรจน์ด้วย ฤดูกาลที่กำลังจะมาถึง”ความน่าทึ่งของธรรมชาติ และเพื่อนสัตว์ ตอนที่ 7 จาก 8 ตอน
2026-07-29
รายละเอียด
ดาวน์โหลด Docx
อ่านเพิ่มเติม
ตอนนี้ การต่อสู้ระหว่างฝ่ายบวก และฝ่ายลบในครั้งนี้ ไม่เหมือนกับ การต่อสู้บนเวทีมวยปล้ำ หรือสนามมวยแต่อย่างใด เราต่อสู้ด้วยพลัง และความรู้ ปัญญาทางจิตวิญญาณภายใน ตลอดจน ความเมตตาต่อมนุษยชาติ และสิ่งมีชีวิตทั้งหมด นั่นคือเป้าหมายของเราในการต่อสู้ เราไม่ได้ต่อสู้แค่เพื่อความสนุก หรือเพื่อชื่อเสียง หรือเพื่อได้รับ ความรัก หรือเพื่อได้รับการยกย่อง ยิ่งอายุมาก ก็รู้สึกว่ารอบรู้มากขึ้น ฉันรู้สึกลึกซึ้งยิ่งขึ้น ลึกลงไปในหัวใจของฉัน ยิ่งมุ่งมั่นที่จะต่อสู้ เพื่อความถูกต้องมากขึ้น และช่วยวิญญาณให้พ้นจาก ความทุกข์ทรมานในนรก และโลกเบื้องล่างอื่น ๆ และแรงจูงใจนั้นเอง ที่ผลักดันให้ฉันก้าวไปข้างหน้า และสูงขึ้นอยู่เสมอ […] อย่างที่คุณเห็น เราไม่ได้พูดถึง พละกำลังทางกายภาพ เรากำลังพูดถึง พลังทางจิตวิญญาณ พลังจากองค์พระผู้เป็นเจ้า จากแหล่งกำเนิดแห่งสรรพสิ่ง จากแหล่งกำเนิด แห่งความรักทั้งมวล ชีวิตทั้งปวง และการเสียสละอย่างไม่มีเงื่อนไข เพื่อเหตุอันดีงาม เพื่อช่วยผู้ที่อ่อนโยน ผู้ที่อ่อนแอ และผู้ที่โง่เขลา พวกเขาเกิดมาพร้อมกับความรัก และปัญญาของพระเจ้า แต่พวกเขาถูกปิดตา และมัดมือมัดเท้า แล้วถูกโยนลงทะเลให้ว่ายน้ำ ลองนึกภาพดูว่าสิ่งมีชีวิตใด ๆ จะไร้ทางช่วยเหลือได้มากเพียงใด” ดังนั้น แม้ว่าฉันจะกำลังจะตาย หรือแก่กว่าตอนนี้ ฉันก็จะยังคงต่อสู้เพื่อพวกเขาต่อไป และฉันจะชนะ ตอนนี้ฉันรู้สึกอย่างนั้น ฉันเองก็เคยมีคำถาม กับพระเจ้าแบบนี้เช่นกัน: ฉันถามพระเจ้าว่า “เหตุใดพระองค์ จึงทรงเปิดเผยให้ฉันเข้าใจสิ่งต่าง ๆ มากมายในเวลานี้ มากกว่าตอนที่ฉัน ยังเยาว์วัย? ทำไมพระองค์ไม่บอก ฉันตั้งแต่ตอนที่ฉันยังเด็กกว่านี้ ฉันจะได้ทำงานได้ดีกว่านี้?” แล้วคุณรู้ไหมว่า พระเจ้าบอกอะไรกับฉัน? พระองค์ทรงบอกว่า “ตอนนี้ท่านโตเป็นผู้ใหญ่แล้ว ท่านเปรียบเสมือนผลไม้สุกงอม ถ้าเป็นตอนที่ท่านยังเด็กกว่านี้ ท่านก็เหมือน ผลไม้รสเปรี้ยวที่กินไม่ได้ และอาจจะไร้ประโยชน์ด้วยซ้ำ ตอนนี้ท่านสุกงอมแล้ว ท่านพร้อมแล้ว พลังนั้นได้สะสมอยู่ในตัวท่าน มากยิ่งขึ้นแล้วในตอนนี้ บัดนี้ปัญญาในตัวท่าน ได้เติบโตมากยิ่งขึ้นแล้ว – มีความกล้าหาญและความมุ่งมั่น ที่จะทำภารกิจของท่านให้สำเร็จ แม้ท่านจะต้องเผชิญกับอันตราย อุปสรรค และความไม่สะดวกต่าง ๆ มากมายก็ตาม หรือบางทีร่างกายที่แก่ชราลง อาจทำให้ท่านรู้สึกไม่สบายตัว เหมือนเมื่อก่อนก็ได้ แต่ท่านมีพลังมากกว่าเดิม เพราะมันก็เหมือนกับ การทำธุรกิจนั่นแหละ ยิ่งคุณทำธุรกิจนานเท่าไร หากคุณมีปัญญาและดี และประสบความสำเร็จ คุณก็จะยิ่งได้เงินมากขึ้น และสะสมความมั่งคั่งมากขึ้นเท่านั้น ท่านไม่สามารถทำทั้งหมดนั้น พร้อมกันหรือในเวลาอันสั้น ได้ด้วยวัยเยาว์ของท่าน เพราะยิ่งคุณมีเวลามากเท่าไหร่ คุณก็ยิ่งสะสมความมั่งคั่ง ได้มากขึ้นเท่านั้น ยิ่งท่านอยู่บนดาวเคราะห์นี้นานเท่าไหร่ ท่านก็ยิ่งมีสายสัมพันธ์ กับสิ่งมีชีวิตต่าง ๆ มากขึ้นเท่านั้น และท่านก็จะยิ่งดึง เอาพลังทางจิตวิญญาณ และ พลังที่ไม่มีใครเอาชนะได้ของท่าน ออกมาได้มากขึ้นเท่านั้น นั่นเป็นเหตุผลที่ฉันเล่าเรื่องต่าง ๆ ให้ท่านฟังตอนนี้ ไม่ใช่ตอนที่ท่านยังเด็กกว่านี้ ตอนนั้นยังไม่ใช่เวลาที่เหมาะสม ตอนนี้คือเวลาที่เหมาะสม” ฉันเข้าใจเรื่องนั้นจริง ๆ และฉันขอขอบคุณพระเจ้า ที่ทรงสอนฉันเสมอ ไม่ว่าจะโดย ทางอ้อมหรือโดยเปิดเผย ทรงรักฉันอย่างไม่มีเงื่อนไข และทรงปกป้องฉันทุกเสี้ยววินาที ในชีวิตของฉัน และฉันได้รับพลังจากพระเจ้า จากคลังพลังทางจิตวิญญาณ ของฉันเองตลอดเวลา จากสวรรค์ลงมาสู่โลก มันต้องใช้เวลา เราไม่ได้อยู่ในสวรรค์ ดังนั้นถึงแม้ฉันต้องการรวบรวม พลังทั้งหมดของฉัน ก็ต้องใช้เวลา ทีละส่วน ทีละส่วน – คนไม่สามารถดึงพลัง ทางจิตวิญญาณทั้งหมด ออกมาได้ในคราวเดียว มันเป็นไปไม่ได้ในระบบจักรวาลนี้ และนอกจากนี้ ร่างกายจะไม่สามารถทนทาน ต่อพลังทางจิตวิญญาณ อันมหาศาลและเหลือเชื่อเช่นนี้ ที่อยู่ภายในตัวฉัน ซึ่งมาจากตัวตนที่สูงกว่าของฉัน และจากพระพรของพระเจ้าได้ ฉันเข้าใจทุกอย่างแล้วจริง ๆ และฉันไม่มีคำถามเพิ่มเติม สำหรับพระองค์แล้ว “แล้วคุณล่ะ? คุณคิดอย่างไร? คุณคิดว่ายังไง ดี? คุณช่วยบอกฉันได้ไหม? ฉันกำลังฟังอยู่ มิสดี มิสดี คนสวย ฉันกำลังฟังอยู่ คุณลองคิดดูแล้วบอกฉันนะ ได้ไหม?” “สันติภาพโลกกำลังจะมาถึง และท่านจะเป็นฮีโร่ของผู้คน และได้รับการเทอดทูน” “ขอบคุณ ขอบคุณ มิสดี สำหรับคำชม และ/หรือ นั่นเป็นการทำนายเหรอ? นี่เป็นการทำนายใช่ไหม? ใช่มั้ย? ขอบคุณ ขอบคุณ ฉันได้ยินเรื่องนี้ หลายต่อหลายครั้ง ซ้ำแล้วซ้ำเล่า แม้กระทั่งจากพระเจ้า ผู้ทรงฤทธานุภาพสูงสุดของท่านเอง มาปา พระบิดาของฉัน พระบิดาของเรา พระบิดามารดาเพียงหนึ่งเดียวของเรา แต่ฉันไม่เคยรู้สึกอะไรกับมันมากนัก ฉันคงมีความสุขอย่างเหลือล้น หากสันติภาพมาถึงจริง ๆ ในที่สุด และปลดปล่อยผู้คนและสรรพสัตว์ ทั้งหลายจากความเจ็บปวดและ ความทุกข์ทรมานที่เกี่ยวข้อง ความทุกข์ที่ไม่อาจบรรยายได้ และความทุกข์ทรมาน ในอนาคตที่จะเกิดขึ้นในนรก หากพวกเขาไม่หยุดสงคราม แต่การได้รับการยกย่องและเชิดชู ในฐานะวีรบุรุษนั้น ฉันไม่แน่ใจ คุณรู้ไหมว่าทำไม? เพราะไม่ใช่ทุกคนที่จะรู้ว่า ฉันกำลังทำอะไรอยู่ ฉันอาจจะพูดถึงเรื่องนั้นเรื่องนี้ และเรื่องที่ฉันทำ เพื่อสันติภาพ แต่พวกเขาจะเชื่อฉัน ได้ยังไงกัน? ถ้าพวกเขาไม่ใส่ร้ายป้ายสี ไม่วิพากษ์วิจารณ์ และไม่กล่าวหาว่าฉันเป็นคนโกหก ฉันก็จะขอบคุณพระเจ้าแล้ว แต่ถึงแม้พวกเขาจะทำอย่างนั้น ฉันก็ยังคงต่อสู้เพื่อพวกเขาต่อไป เพราะฉันทนเห็นพวกเขา ต้องทนทุกข์ทรมานในนรกไม่ได้ ฉันเข้าใจดี หลายคนที่อยู่ในภาวะใกล้ตาย ได้ประสบกับนรก และกลับมาเล่าเรื่องราว ที่น่ากลัวมากมายให้เราฟัง นรกมีอยู่จริง แม้แต่เหล่าลูกศิษย์ของฉันเอง ก็ยังร่วมเดินทางไปนรกกับฉัน เช่น เพื่อช่วยเหลือเพื่อน หรือญาติพี่น้อง หรือสมาชิกในครอบครัว แต่บางครั้งพวกเขา ก็ไปคนเดียว และฉันก็ให้บางอย่างแก่พวกเขา – ในโลกทางจิตวิญญาณ ไม่ใช่ในโลกทางกายภาพ – พวกเขาจะได้รับ บัตรเข้าพิเศษจากฉัน เพื่อที่จะสามารถลงไปช่วยเพื่อน ครอบครัวของพวกเขา จากชาติก่อนหรือชาตินี้ ได้อย่างปลอดภัย แม้ว่าพวกเขาจะจำไม่ได้ ว่าเป็นญาติหรือเพื่อน เนื่องจากอาจปรากฏตัวแตกต่างกัน ในชาติภพใหม่ หรืออาจเป็นญาติและเพื่อน และครอบครัวที่แตกต่างกันก็ตาม บางคนจำได้ บางคนจำไม่ได้ เพราะพวกเขา ถูกเผาไหม้ในนรกมากเกินไป พวกเขาทั้งหมด หมดแรงไปแล้ว พวกเขาจำอะไรไม่ได้มากนัก และนั่นก็เป็นเพียง นรกชั้นที่เบากว่าด้วยซ้ำ ลองนึกภาพนรกอันแสนโหดร้ายดูสิ การลงโทษที่ไม่หยุดหย่อน ตลอดทั้งวันทั้งคืน พวกเขาคิดอะไรไม่ออก เลยด้วยซ้ำ พวกเขาจำพระเจ้าไม่ได้ พวกเขาจำพระเยซูไม่ได้ พวกเขาจำพระนามของพระพุทธเจ้า องค์ใดไม่ได้เลย











